หุ่นดีเท่ากับสุขภาพดี

      ในประเทศไทยช่วงปีที่ผ่านมาพบว่า “โรคอ้วน” หรือสภาวะอ้วน BMI (Body Mass Index) สูงมากกว่า 25% เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 48.28 ของประชากรวัยทำงาน และมีรายงานว่าคร่าชีวิตประชากรทั่วโลกไปกว่า 4 ล้านคน!!!

สาเหตุและปัญหาหลักเกิดจาก

– การรับประทานอาหารที่มีแคลอรีเกินกว่าที่ร่างกายจะสามารถเผาผลาญได้
– การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และเกิดความหิวมากกว่าเดิม
– ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  
– อายุที่มากขึ้นและฮอร์โมนที่ลดลงทำให้อัตราการเผาผลาญช้าลง ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย
– ปัจจัยทางพันธุกรรม   

        เรื่องน้ำหนักตัวไม่ได้ไปหนักบนหัวใครก็จริง แต่ก็ต้องคิดกันบ้างว่า มันจะย้อนกลับมาหนักที่เรา ไม่ใช่หนักแค่ที่หัว ที่ตัว แต่มันพานจะทำให้หนักไปทั้งใจจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย บางคนก็อยากจะลด (หรือว่าแค่อยาก) แต่ก็ลดไม่ได้เสียที ก็เลยถอดใจและปลอบใจตัวเอง (หรือหลอกตัวเองก็สุดแล้วแต่)

     …ไม่ต้องแคร์ใคร สวยแบบมีสไตล์ คนอ้วนก็สวยได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องผอมเลย คนอ้วนน่ารักมีเสน่ห์ กอดอุ่นหุ่นหมี…สารพัดคำที่สรรหามาปลอบประโลม ถามตรงๆ (ไม่เกี่ยวกับคุณจอมขวัญ) ถ้าผอมได้ไม่อยากผอมหุ่นดีกันจริงเหรอ? ถามย้ำอีกที จริงเหรอ???

     ตั้งแต่ศึกษาข้อมูลมายังไม่เคยเห็นเลยว่าความอ้วนมีข้อดีตรงไหน แต่ถ้าไม่เน้นสาระจะเอาฮาอย่างที่บางตำราชอบเขียนแซวก็มี ไม่ใช่ไม่มีก็อย่างเช่น คนอ้วนน่าฟัดน่าหยิก กินง่ายอะไรก็ได้ เล่นชักเย่อได้เปรียบแน่นอน ไม่จมน้ำเพราะมีห่วงยางรอบเอว อารมณ์ดีขี้เล่น ฯลฯ ถ้าจะเน้นเล่นแบบนี้มันก็มีข้อดีอีกเพียบ แต่เรามาพูดในหลักการของความเป็นจริงกันดีกว่า ว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันไม่ได้ดูสวยงามตามแบบที่คิดแต่อย่างใด เพราะข้อเสียของความอ้วนมันมีเยอะชนิดที่ว่าสาธยายตายกันไปข้างหนึ่งก็ยังไม่จบง่ายๆ

ข้อเสียของความอ้วน (ที่หยิบยกมาแค่บางส่วนเท่านั้น)

            1. เป็นศูนย์รวมของโรค ซึ่งความอ้วนเป็นต้นเหตุของโรคร้ายหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด หัวใจ ความดัน ระบบทางเดินหายใจ ฯลฯ
            2. กระดูกมีปัญหาในระยะยาว เพราะต้องรองรับน้ำหนักตัวที่มีค่าเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือยืน ก็ส่งผลให้กระดูกได้รับภาระหนักมากกว่าคนทั่วไป

            3. บุคลิกภาพไม่ดี เพราะด้วยภาพลักษณ์มักจะทำให้คนรอบข้างมองว่าเป็นคนที่ไม่ดูแลตัวเอง รวมถึงยังทำให้ดูเป็นคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยจะดีอีกด้วย

            4. มีปัญหาในการดำเนินชีวิตและประสบอุบัติเหตุได้บ่อย เพราะขาดความคล่องตัว

            5. ผลเสียต่อสภาพจิตใจ โดนล้อ โดนเหยียด ไม่ว่าจะเป็นด้านชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงาน ส่งผลให้เป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย

          มีตัวอย่างที่เป็นเรื่องเล่าจากสมาชิกพันทิปที่เป็นหญิงสาวรายหนึ่ง เธอบอกว่าเคยปฏิเสธผู้ชายอ้วนไป เพราะเธอมองที่ภายนอกก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าอ้วนขอบายเลยจริงๆ เป็นเพื่อนได้ แต่ไม่เอามาเป็นแฟน ผู้ชายที่เข้ามาจีบก็บอกกับเธอว่า ทำไมไม่ดูกันที่จิตใจ ถึงจะอ้วนแต่ก็เป็นคนดีนะ เธอก็ตอบกลับไปว่า “พี่คะ คนดีที่ผอมๆ ก็มีค่ะ ขอบคุณนะ” เป็นอันจบ!!! นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเคสที่ความอ้วนส่งผลต่อคนรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด แต่เราก็ไม่ได้ต้องการที่จะเอาเคสนี้มาเป็นบรรทัดฐานวัดรสนิยมของผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อย ที่อาจจะชอบผู้ชายเจ้าเนื้อ อวบอ้วน หรือหุ่นหมีอะไรก็แล้วแต่

          นี่ไม่ใช่เป็นการมาบูลลี่หรือโจมตีคนอ้วน เพียงแต่เราอยากให้คนอ้วนหันกลับมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น ซึ่งก็มีไม่น้อยที่คนอ้วนหลายๆ คนไม่ขอทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง จะด้วยสาเหตุส่วนตัวอะไรก็ตาม มันก็ย่อมส่งผลดีต่อตัวเองด้วยกันทั้งนั้น อย่าว่าแต่ผู้หญิงอยากมีรูปร่างดีเลย ผู้ชายเองก็อยากล่ำมีกล้ามอวดซิกแพ็กกับเขาเหมือนกัน ยิ่งเทรนด์ตอนนี้อวดภาพลงโซเชียลมีเดียกันเป็นว่าเล่น แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด ถ้าเราดูแลผิดวิธี

          เชื่อว่าทุกคนรู้กันดีว่าการลดความอ้วนนั้นทำอย่างไร แต่จะได้ผลหรือไม่นั้นก็อีกเรื่อง อย่างเบสิกๆ เลยคือ ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ ไม่กินแป้ง น้ำตาล ไขมัน, ทานผักผลไม้ให้มาก, ลดอาหารเย็น, เน้นออกกำลังกาย บางคนทำตารางเป็นเรื่องเป็นราวเอาจริงเอาจังมาก ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีที่เราสร้างวินัยให้กับตัวเอง จะบอกว่าทั้งหมดทั้งมวลคือใจล้วนๆ ก็คงไม่ผิด เอ้า! เมื่อใจมาแล้วก็ลุยกันเลย แต่….เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่ว่าทำไมกินก็กินน้อยแล้ว ออกกำลังก็หนักหน่วง แต่ทำไมไม่ผอมเสียที คำถามนี้มีคำตอบ

          จะบอกให้ว่าร่างกายคนเรานั้นฉลาด การพยายามกินให้น้อยลงติดต่อกันหลายวัน มันจะเข้าใจทันทีว่ามีอาหารเข้ามาน้อย ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเผาผลาญให้ต่ำลง เปลี่ยนเป็นเซฟตี้โหมดจะได้มีพลังงานเหลือเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ช่วงแรกน้ำหนักจะลดลงอย่างรวดเร็ว แต่พอทำต่อไปน้ำหนักก็จะไม่ลงแล้ว ส่วนการออกกำลังกายสำหรับลดน้ำหนักนั้น คนอ้วนหลายคนมักจะใจร้อน ก็เลยออกกำลังกายอย่างหนัก หรือหักโหมจนเกินไป เป็นผลทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและชะลอการเผาผลาญ กลายเป็นว่ายิ่งเล่นน้ำหนักก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่ได้พักเลย 

          หลายคนพอเจอแบบนี้เข้าก็เริ่มถอดใจไปเหมือนกัน เพราะเหมือนกับว่าลงทุนไปไม่ได้ผลกำไรตอบแทน แต่หนทางก็ไม่ได้ตันเสียจนหาทางออกไม่ได้ การให้วิตามินและสารอาหารเพื่อเพิ่มระดับการเผาผลาญจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพและอยากดูแลรูปร่าง ซึ่งวิตามินสูตรเผาผลาญไขมันนี้เป็นการให้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดผ่านทางหลอดเลือดดำเหมือนกับการให้น้ำเกลือ โดยจะเข้าไปช่วยเพิ่มอัตราการนำเอาไขมันมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น จึงทำให้น้ำหนักลดลงได้เร็ว และไม่เกิดการโยโย่ในภายหลัง

UM Weight Loss Booster

          คือโปรแกรมผอมได้โดยไม่ต้องอด เป็นสูตรวิตามินที่มีความเข้มข้นพิเศษของทาง UM Clinic จะช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสะสมไขมันตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ควบคุมน้ำหนัก และรูปร่างที่ได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมภูมิต้านทาน ลดริ้วรอย ทำให้หุ่นกระชับแบบไม่เหี่ยวย่น ส่งผลให้ผิวพรรณดีตามไปด้วย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที และควรทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์หรือตามที่แพทย์แนะนำ

UM Weight Loss Booster เหมาะกับใคร?

– ผู้ที่ชอบการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยในการเผาผลาญได้เห็นผลดียิ่งขึ้น

– ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และต้องการที่จะลดน้ำหนักแบบเห็นผลระยะยาว

– ผู้ที่มีกระบวนการเผาผลาญผิดปกติ กินอาหารไม่ย่อย ลดน้ำหนักแล้วน้ำหนักไม่ลง

– ผู้ที่ดื้อยาหรือใช้หลากหลายวิธีในการลดน้ำหนักแล้วไม่ได้ผล

– ผู้ที่ชอบกินอาหารรสจัด เนื้อสัตว์ ของทอด ปิ้งย่าง

– ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด มีภาวะไขมันในเลือดสูง ไขมันเกาะตับ

ผลลัพธ์หลังทำ UM Weight Loss Booster

– ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– การลดน้ำหนักสามารถไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้เร็วขึ้น

– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคที่มีสาเหตุมาจากความอ้วน

– สัดส่วนกระชับ ผิวพรรณสดใส ไม่หย่อนคล้อย   

          หากได้รับวิตามินเผาผลาญไขมันสูตร UM Weight Loss Booster เป็นประจำ ควบคู่กับการดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีกากใยสูง หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และน้ำตาล รวมถึงดื่มน้ำมากๆ รับรองได้เลยว่าความกังวลใจเรื่องน้ำหนักตัวและรูปร่างจะหมดไป แถมยังมีกำลังใจในการดูแลตัวเองมากขึ้นอีกด้วย แน่นอนว่า เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังไงการมีรูปร่างที่ดีย่อมส่งผลทางใจเป็นอย่างมาก ไม่ต้องทำเพื่อใคร แค่เรารู้สึกภูมิใจว่าเราทำได้มันก็ยิ่งใหญ่แล้ว ความต้องการทางกายภาพของคนเรามันก็มีเท่านี้ ผิวดี หุ่นดี สุขภาพดี

          แล้วจะรออะไร เพราะยิ่งปล่อยเวลาผ่านไป คิดแต่ว่าพรุ่งนี้ก็ได้ เชื่อไหมว่าคุณจะมีแต่คำว่าพรุ่งนี้ไปเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายคุณก็จะไม่รู้จักคำว่าเริ่มต้นเสียที…///