ดูแลเข่า…เหมือนกับที่ดูแลเขา

    “เข่าเสื่อมก็เสื่อมไปสิ เกี่ยวอะไร มันเป็นเรื่องคนสูงวัยโน่น!!!” บ่อยครั้งที่หยิบยกเรื่องนี้พูดขึ้นมา คนที่คิดว่าตัวเองยังไม่แก่ก็มักจะเบือนหน้าใส่ไม่สนใจ เพราะคิดว่ายังไงก็ห่างไกลไม่เป็นง่ายๆ ซึ่งเอาเข้าจริงโรคเข่าเสื่อมมันไม่เลือกจำเพาะเจาะจงว่าจะต้องเกิดกับใครหรอก และก็ไม่จำเป็นต้องเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น!!!

    ปัจจุบันพบว่าหนุ่มสาวจำนวนมาก โดยเฉพาะคนวัยทำงานเป็นโรคเข่าเสื่อมกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ซึ่งสาเหตุของภาวะเข่าเสื่อมก่อนวัยที่พบบ่อย ได้แก่ อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา, ผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์, น้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐาน เป็นต้น

    องค์การอนามัยโลกเผยว่าในปี 2563 มีผู้ป่วยกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นจาก 400 ล้านคนเป็น 570 ล้านคน โดยเฉพาะโรคข้อเสื่อมทั่วโลกจะมีผู้ป่วยโรคข้อ 1,700 คนและเข่าเสื่อม 2,693 คนต่อประชากร 100,000 คน และจากผลสำรวจพบว่า สถิติผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในคนไทยปี 2563 มีผู้ป่วยมากกว่า 6 ล้านคน โดยข้อที่เสื่อมมากที่สุดคือข้อเข่า เนื่องจากข้อเข่าเป็นข้อที่มีขนาดใหญ่และต้องรับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง ทั้งยืน เดิน วิ่ง กระโดด คือต้องทำหน้าที่เคลื่อนไหวเกือบตลอดเวลา จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้อเสื่อมได้ง่าย

เข่าเสื่อมพาเสื่อมไปทั้งร่าง

    โรคข้อเข่าเสื่อมเป็นโรคข้อที่เกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนข้อต่อหรือผิวข้อสึกกร่อน เมื่อไม่มีผิวกระดูกอ่อนมาห่อหุ้ม เนื้อกระดูกที่มาชนกันขณะรับน้ำหนักจึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวด ถ้าเกิดอาการเรื้อรังกระดูกจะมีการซ่อมแซมตัวเองจนเกิดเป็นกระดูกงอกขรุขระขึ้นภายในข้อ ก็จะทำให้การเคลื่อนไหวติดขัด และมีเสียงดัง ในผู้ป่วยที่มีอาการมากแล้วจะมีแนวแกนขาผิดปกติ ขาอาจโก่งเข้าด้านในหรือบิดออกด้านนอก และทำให้การรับน้ำหนักของข้อเข่าผิดปกติได้

เข่าเสื่อมใครเสี่ยง?

  • อายุและเพศก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของกระดูกอ่อนก็ลดลง และจากผลการวิจัยพบว่าผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป จะมีแนวโน้มของการเกิดข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้ชายที่อายุเท่ากัน
  • พันธุกรรมและความผิดปกติแต่กำเนิดบางชนิด เช่น ขาหรือเข่าผิดรูป
  • คนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ทำให้เข่าต้องแบกรับน้ำหนักเป็นสาเหตุให้กระดูกเสื่อมเร็วขึ้น
  • คนที่ใช้ข้อเข่าหักโหมซ้ำๆ ทำกิจกรรม หรือกิจวัตรประจำวันที่มีแรงกดต่อข้อเข่า หรือท่าทางบางอย่างที่ต้องงอเข่ามากเกินไป เช่น คุกเข่าหรือนั่งยองๆ การเดินขึ้นลงบันได จึงทำให้เข่าต้องรับแรงกดสูงกว่าปกติเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง
  • คนที่เป็นโรคไขข้ออักเสบ เช่น รูมาตอยด์ เกาต์ ส่งผลให้กระดูกอ่อนถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการปวดและข้อติดแข็งตามมา

ชีวิตที่ติดลบของผู้ป่วยเข่าเสื่อม

    “ป้าน้อย” หญิงเลยกลางคนวัย 60 ปี แกมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายกล้วยทอด ชีวิตก่อนหน้านี้ป้าน้อยก็มีความสุขดีอยู่ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับแกจนทำเอาแย่มาทุกวันนี้ ก็คืออาการเจ็บป่วยที่เมื่ออยู่ๆ ป้าน้อยก็มีอาการปวดที่หัวเข่าจนไม่สามารถยืนขายกล้วยทอดได้ แกจะรู้สึกเจ็บเสียวแปล๊บๆ ขยับทีก็มีเสียงกรอบแกรบ ใช้ยานวดก็แล้ว กินยาแก้ปวดช่วยก็แล้ว อาการปวดก็ยังไม่มีทีท่าดีขึ้น นานวันเข้ามันเริ่มรุนแรงจนถึงขั้นเดินไม่ปกติต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง ทำเอาแกต้องหยุดขายของไปโดยปริยาย

    ความทรมานของป้าน้อยในตอนนั้นมันไม่ใช่แค่ทางกายเท่านั้น แต่มันยังส่งผลถึงด้านจิตใจทั้งเครียด ทั้งหงุดหงิด กังวล กลัวสารพัด คุณหมอบอกแกว่าเป็นภาวะเข่าเสื่อมแนะนำให้ผ่า แต่ป้าน้อยก็กลัวว่าผ่ามาแล้วจะเดินไม่ปกติ หรือถ้าโชคร้ายก็อาจจะเดินไม่ได้เลย นั่นคือความคิดของป้าน้อยเองที่ค่อนข้างสับสน ถึงแม้คุณหมอจะให้ความมั่นใจแล้วก็ตาม ทุกวันนี้ป้าน้อยก็ยังคงใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ ปวดก็ต้องยอมทน แต่ถ้าหากทนไม่ได้แล้วจริงๆ แกก็คงต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติให้ได้ดังเดิม

    เห็นไหมว่าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยกับโรคข้อเข่าเสื่อม คิดดูเอาคนเราจะใช้ชีวิตได้อย่างไรถ้าเดินไม่ได้ หรือถ้าเดินได้แต่ไม่ปกติ อย่าคิดว่ามันไม่มีทางจะเกิดขึ้นกับเรา ถ้าคุณคิดอย่างนั้น…คุณคิดผิด!!!

เมื่อมีอาการเหล่านี้ คุณอาจเสี่ยงเป็นข้อเข่าเสื่อม

  • มีอาการปวดเข่า ซึ่งเป็นอาการเบื้องต้นเมื่อใช้งานข้อเข่าบ่อยๆ เช่น เวลาวิ่ง เดิน ขึ้นลงบันได ย่อหรือคุกเข่า
  • รู้สึกข้อฝืดติดขัดขณะเคลื่อนไหว บางครั้งรู้สึกเจ็บเสียวบริเวณเข่า
  • เข่าบวม งอเข่า หรือเหยียดข้อได้ไม่สุดเหมือนคนปกติ
  • มีเสียงเสียดสีจากภายในข้อ กล้ามเนื้อบริเวณรอบๆ ข้อเข่าหย่อน ไม่กระชับ
101617906_159029825752807_6642864846859665408_o

ระวัง! ปล่อยไว้จะแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน

    ถึงแม้ว่าปัจจุบันอาการข้อเข่าเสื่อมยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็สามารถควบคุมอาการและบรรเทาปวดลงได้ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งวิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความรุนแรงของโรค ความคาดหวังของการใช้งาน และความพร้อมของผู้ให้การรักษา

    การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด วิธีการนี้จะถูกนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่ารุนแรง จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจึงเป็นอีกหนึ่งหนทางในการรักษา โดยเป็นการผ่าตัดเอาผิวข้อที่สึกออกไป และทดแทนด้วยผิวข้อเทียม  

    การรักษาแบบไม่ผ่าตัด ผู้ป่วยสามารถเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน เช่น ลดน้ำหนัก พยายามเลี่ยงการยืน หรือเดินเป็นเวลานานๆ การนั่งงอเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ รวมไปถึงการทำกายภาพบำบัด การใช้ยา การฉีดน้ำเลี้ยงไขข้อ ซึ่งเป็นทางเลือกในการช่วยลดอาการปวดและทำให้การเคลื่อนไหวข้อดีขึ้น  

    แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟู ดูแล และรักษาข้อเข่าเสื่อมที่ไม่เสี่ยง ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เลย นั่นก็คือรักษาด้วยการฉีดเกล็ดเลือดแบบเข้มข้น หรือ PRP (Platelet Rich Plasma) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการรักษาด้วยการเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อโดยธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะ PRP เป็นส่วนประกอบที่ปั่นได้จากเลือดของผู้ป่วยเอง

    ส่วนการรักษาด้วยการฉีดเซลล์บำบัด (Cell Therapy) จะเป็นการใช้เซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ ผสมผสานกับโกรทแฟคเตอร์และพลาเซนต้า ในการซ่อมแซมเซลล์กระดูกและข้อต่อที่เสื่อมสภาพ โดยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนส่วนที่สึกหรอ นอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย และช่วยฟื้นฟูกระดูกที่เกิดจากความเสื่อมแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูอวัยวะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆ กันอีกด้วย การใช้เซลล์บำบัดในการฟื้นฟูข้อเข่านั้น จะต้องมีการวินิจฉัยและวางแผนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงวิเคราะห์อาการเจ็บป่วยหรือโรคข้อเข่าว่าอยู่ในระดับใด   

    สำหรับขั้นตอนการทำ PRP เริ่มต้นจากการเจาะเลือดบริเวณข้อพับ ในปริมาณเพียง 10-20 cc จากนั้นนำเข้าเครื่องเหวี่ยงสาร แยกเอาเฉพาะส่วนของเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อฉีดกลับเข้าไปที่บริเวณข้อเข่าที่ต้องการฟื้นฟู โดยเกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูง จะไปช่วยกระตุ้นและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้สามารถกลับมาใช้งานได้เป็นปกติ

ฉีดเข่าแบบ PRP และแบบเซลล์บำบัด เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่เป็นหรือมีความเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม กระดูกสันหลังส่วนคอและเอวเสื่อม
  • ผู้ที่รักษาอาการอักเสบของข้อต่อ และเส้นเอ็นต่างๆ
  • ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนัก และเกิดการบาดเจ็บในส่วนของข้อ เอ็น และกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ประสบอุบัติเหตุข้อเข่าแตก ร้าว หัก หรืออักเสบ
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูข้อเข่า ข้อต่อ เอ็น เพื่อป้องกันการอักเสบ
รูปรีวิวเข่า_210310_0

ผลที่ได้จากการรักษาด้วยการฉีดเข่า

  • เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการฟื้นฟู
  • ไม่เสี่ยงต่อการดื้อยา แพ้ยา หรือผลข้างเคียงจากยาต่างๆ
  • เป็นการฟื้นฟูที่มีความปลอดภัยสูง เพราะใช้เกล็ดเลือดของตัวเอง
  • ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด และไม่เสียเวลาในการพักฟื้น
  • ใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูไม่นาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
รูปรีวิวเข่า_210310_9
รูปรีวิวเข่า_210310_1

เปลี่ยนชีวิตเพราะคิดใหม่

วันนี้ที่เรายังเดินได้ดี วิ่งได้คล่อง หรือทำกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ได้อย่างสะดวกสบาย ถือว่าโชคยังดี แต่ก็ไม่ควรประมาทกับการใช้ชีวิต เพราะถ้าพลาดขึ้นมาด้วยอุบัติเหตุ หรือว่าอาการที่สะสมมานานแล้วมันส่งผลมาอย่างปัจจุบันทันด่วน คุณจะตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันหรือไม่ นี่คือคำถามที่คุณต้องเตรียมคำตอบไว้

            เรื่องเข่าไม่ใช่เรื่องของเขาหรือเรื่องของใคร มันก็คือเรื่องของเราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นหันมาดูแลและถนอมข้อเข่าไม่ให้เสื่อมก่อนเวลาอันควร แต่ถ้าวันนั้นมันมาถึงการฟื้นฟูข้อเข่าด้วยการฉีดจะเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้คุณกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง…///